เทคนิคการเลือกซื้อบ้านมือสอง

เทคนิคการเลือกซื้อบ้านมือสอง

1. ตรวจสภาพภายนอกบ้าน

  • วิเคราะห์สภาพบริเวณรอบๆ บ้านว่ามีการทรุดตัวมากน้อยแค่ไหน อาจสังเกตได้จากลานจอดรถหรือลานซักล้าง
  • สังเกตว่าน้ำฝนจากอาคารข้างเคียงสามารถไหลเข้ามาในบริเวณบ้านได้หรือไม่
  • มีต้นไม้ใหญ่ยื่นเข้ามาบังแดดหรือมีระบบรากชอนไชที่สามารถดันกำแพงบ้านเสียหายหรือไม่
  • เช็คที่ตั้งของบ้านว่าอยู่ในที่ลุ่มน้ำท่วมหรือไม่ และมีระดับต่ำกว่าถนนหน้าบ้านแค่ไหน
  • ตรวจเช็คว่าอาคารข้างเคียงมีการขุดบ่อหรือสระใกล้บ้านจนอาจทำให้บ้านทรุดพังได้หรือไม่
  • ตรวจเช็คหลังคาบ้านว่ามีน้ำฝนรั่วซึมเข้าบ้านหรือไม่
  • ตรวจเช็คสภาพสีบนผนังของบ้านว่ามีร่องรอยด่างบวมหรือไม่

การตรวจรอยรั่วซึมของผนังและเพดานสามารถกระทำได้แบบง่ายๆ เช่น

ในกรณีผนัง
ให้ตรวจคราบน้ำจากช่วงระหว่างวงกบและปูนว่ามันมีน้ำ ซึมหรือไม่และผนังบางจุดเช่นรอยต่อพื้นกับผนัง หรือรอต่อผนังกับเสาบ้าน หากมีคราบน้ำให้ใช้วัสดุ WATER PROOF เป็นเนื้อครีมซึ่งมีมากมาย หลายผลิตภัณฑ์ราคา 200 – 300 บาท / 2 กก. ทาทับที่รอยต่อที่แตกร้าว และทาสีทับ (ถ้าจ้างช่างจะแพงมาก)

ในกรณีเพดาน
          ให้ตรวจสอบคราบน้ำหยดจากหลังคาบ้านหรือ จากดาดฟ้าด้วยการหาคราบน้ำที่หยุดลงมาที่ฝ้าเพดานจากนั้นใช้วัสดุ WATER PROOF เนื้อครีมทาทับ หากเจอกระเบื้องหลังคาแตกร้าวก็ให้เปลี่ยน แต่ถ้าหากจะเรียกช่างมาซ่อมแซมกระเบื้องจุดละ 200 – 800 บาท ขึ้นอยู่กับความยากง่าย

ดูจากรูปแล้วสาเหตุเกิดจาก

  1. น้ำฝนที่สาดเข้ามาแล้วทำให้เกิดน้ำขังเนื่องจากระบบระบายน้ำที่ดาดฟ้าไม่ดีพอ (ไม่เห็นรูระบายน้ำจากรูปที่ถ่ายมา)
  2. การปรับ slope พื้นดาดฟ้าไม่ดีพอ ทำให้เกิดน้ำขัง รอยน้ำซึมที่เกิดในห้องข้างล่างสาเหตุใหญ่คงมาจากน้ำขังที่ชั้นดาดฟ้าควรรีบ ซ่อมแซมเพื่อไม่ให้ความชื้นที่ซึมผ่านพื้นชั้นดาดฟ้าทำให้เหล็กเสริมในพื้น เป็นสนิม

ในกรณีรางน้ำฝนหรือท่อน้ำอุดตัน
          มักจะเกิดจากเศษไม้ให้ทำความสะอาดใบไม้ที่ ติดตามรางน้ำและหัวกะโหลกของท่อ (ROOF DRAIN) (ห้ามนำหัวกะโหลกที่ปิดท่อเป็นตะแกรงออกมิฉะนั้นท่อจะอุดตันทำให้ต้องรื้อ ระบบทั้งหมด)รางของเราก็จะใช้งานได้อย่างสมบรูณ์

 

วิธีการแก้ไข

  1. แก้โดยการป้องกันไม่ให้ฝนสาดเข้ามา โดยทำกันสาดให้ยื่นออกไป หรือทำหลังคาคลุมชั้นดาดฟ้าให้มีชายคายื่นออกไป หรือทำผ้าเต้นท์มากันฝนสาด
  2. หากไม่ต้องการแก้โดยการป้องกันไม่ ให้ฝนสาด ต้องหาวิธีระบายน้ำไม่ให้น้ำขัง ดูจากรูปแล้วพื้นดาดฟ้าไม่ค่อยมี slope หากเจาะรูระบายน้ำออกด้านข้าง ก็อาจจะยังมีน้ำขัง ต้องใช้คนทำความสะอาดช่วยด้วย อาจต้องใช้วิธีหาวัสดุมาทาทำกันซึมร่วมด้วย เผื่อในช่วงที่ฝนตกแล้วมีน้ำขังจะได้ช่วยป้องกันไม่ให้น้ำหรือความชื้นซึมลง มาในพื้น แต่ยังไงการมีน้ำขังก็อาจจะยังทำให้เกิดรอยน้ำซึมลงมาที่ห้องชั้นล่าง
  3. ควรปรึกษาวิศวกรผู้ออกแบบหากจะมี การใช้ปูนปรับ slope ที่พื้นชั้นดาดฟ้า หรือ ปูกระเบื้องชั้นดาดฟ้าแล้วทำ slope เพื่อให้น้ำไหลออกรูระบายน้ำที่จะทำเพิ่ม เพราะเป็นการเพิ่มน้ำหนักให้โครงสร้างพื้นชั้นดาดฟ้าและโครงสร้างอาคาร

 

ขอบคุณบทความจาก ClickThaiHome