สิ่งที่ควรทำเมื่อต้อง “รีโนเวทบ้าน”

สิ่งที่ควรทำเมื่อต้อง “รีโนเวทบ้าน”

How-To-Renovate-Your-House-Easily

การเลือกซื้อบ้านนอกจากจะให้ความสำคัญกับ “ทำเล” แล้ว การตั้งงบประมาณนับเป็นส่วนสำคัญ ที่จะช่วยให้เราเลือกบ้านที่เหมาะสมกับกำลังซื้อได้ แต่การจะซื้อบ้านให้ได้ทำเลที่ถูกใจ และได้ราคาที่ต้องการ บ้านมือสองเป็นตัวเลือกหนึ่งที่ตอบโจทย์เหล่านี้ ด้วยทำเลดั้งเดิมที่ดีกว่า และราคาที่ถูกกว่าโครงการใหม่ แต่ทั้งนี้ก็ต้องแลกมากับสภาพที่เก่ากว่าและอุปกรณ์เสื่อมสภาพตามอายุการใช้ งาน ทำให้ต้องซ่อมแซมบ้านเมื่อซื้อแล้ว เกิดเป็นปัญหาอื่นๆทั้งเรื่องงบประมาณที่บานปลาย และความล่าช้าในการทำงาน

ข้อควรปฏิบัติเพิ่มเติมดังนี้
1. อย่าตัดสินใจช้า ก่อนเริ่มงานรีโนเวทใดๆ ควรตัดสินใจเบ็ดเสร็จให้หมดเลยทีเดียว ไม่ควรเริ่มงานแล้วค่อยๆมาตัดสินใจทีละขั้นตอน เพราะบางงานหากรอการตัดสินใจช้าเพียงไม่กี่วัน อาจจะทำให้งานที่เหลืออยู่ช้าออกไปเป็นอาทิตย์
2. อย่าเปลี่ยนใจบ่อย ควรตัดสินใจให้เด็ดขาดเพียงครั้งเดียว นั่นแสดงว่าก่อนที่จะลงมือทำ ควรผ่านกระบวนการตัดสินใจมาเป็นอย่างดี ไม่ควรเปลี่ยนไปเปลี่ยนมาเมื่อเริ่มงานไปแล้ว ซึ่งงานส่วนใหญ่ที่ชอบมาเปลี่ยนกลางคัน เช่น เปลี่ยนสี, เปลี่ยนสเปควัสดุ บางอย่างดูเป็นเรื่องเล็กๆน้อยๆ แต่การเปลี่ยนแปลงอะไรกลางคัน จะทำให้งานอื่นๆที่ต้องต่อจากงานนี้ล่าช้าไปด้วย
3. อย่าซื้อวัสดุเอง บางคนคิดว่าการซื้อวัสดุเองจะช่วยประหยัดกว่าการใช้ผู้รับเหมาซื้อให้ เพราะคิดว่าผู้รับเหมาบวกกำไร ทำให้เจ้าของบ้านต้องจ่ายแพงกว่าปกติ แต่ในความเป็นจริง ผู้รับเหมาจะรู้แหล่งซื้อวัสดุที่ได้ราคาถูกกว่าในตลาด อีกทั้งสามารถต่อรองกับผู้ขายได้ดีกว่าเราเสียอีก แม้จะมาบวกกำไรไปแล้ว อาจจะได้ราคาที่ต่ำกว่าเราไปซื้อเองด้วยซ้ำไป ** แต่ทั้งนี้เจ้าของบ้านต้องตกลงสเปควัสดุให้แน่นอน เพื่อที่ไม่ตกเป็นเหยื่อผู้รับเหมาบางรายที่ซื้อวัสดุราคาถูกแต่สเปคต่ำมา ให้
4. อย่าพยายามฝืน ถ้ามันซ่อมไม่ได้ ในบางกรณี การซ่อมแซมบางอย่างก็ยากเกินเยียวยา หากคุณดูแล้วว่าซ่อมขึ้นมาก็ไม่คุ้ม ควรจะตัดใจทุบทิ้งแล้วทำใหม่ ดีกว่าเสียเวลาตามซ่อมแซมแบบไม่จบไม่สิ้น บางทีเมื่อรวมๆแล้วจะเปลืองค่าใช้จ่ายมากกว่าเสียด้วยซ้ำ ในกรณีนี้ควรปรึกษาผู้เชี่ยวชาญให้ช่วยแนะนำว่าถึงเวลาหรือยังที่จะทุบทิ้ง และทำใหม่

5. อย่าทำงานโดยไม่เผื่อเงินทุนฉุกเฉิน แม้ว่าจะประมาณการทางการเงินมาเป็นอย่างดีแล้ว แต่ให้ดีที่สุดคุณควรจะมีเงินฉุกเฉินเผื่อไว้ซักก้อนนึงด้วย เผื่อวัสดุค่าก่อสร้างขึ้นราคา หรือเผื่อจะเปลี่ยนวัสดุกระทันหัน แต่ไม่ควรนำเงินก้อนนี้ไปรวมกับงบประมาณที่คุณตั้งเอาไว้ตั้งแต่แรกแล้ว เพราะหากคุณปฏิบัติตามแผนที่ได้วางไว้อย่างเคร่งครัด และทำตามที่แนะนำเอาไว้ตั้งแต่ข้อที่ 1. คุณอาจจะหยิบเงินก้อนนี้ออกมาใช้ไม่ถึง 5% ด้วยซ้ำ แต่ถึงอย่างไรการเตรียมไว้คือสิ่งที่ดีที่สุด
6. อย่าปล่อยให้เด็กและสัตว์เลี้ยงเข้ามาในพื้นที่ ควรกันพื้นที่ให้เด็กและสัตว์เลี้ยงอยู่ห่างจากพื้นที่ที่กำลังซ่อมแซม ซึ่งนอกจากจะเป็นอันตรายแล้ว ยังทำให้ช่างทำงานไม่สะดวกอีกด้วย
7. อย่าอยู่ในบ้านที่กำลังรีโนเวท ข้อนี้ดูเหมือนจะทำยากซักหน่อย เพราะส่วนใหญ่เจ้าของบ้านมักจะยังอยู่ในบ้านตัวเองเมื่อมีการซ่อมแซม แต่หากเป็นไปได้ควรอยู่ที่อื่นก่อนซักระยะหนึ่ง เพื่อที่ไม่ต้องปวดหัวและตามทำความสะอาดทุกวันหลังซ่อมเสร็จ หรือต้องทนกับเสียงก่อสร้างและกลิ่นของสีที่ยังไม่แห้ง ยิ่งหากคุณเพิ่งกลับจากที่ทำงาน คงไม่มีเวลามากพอที่จะมาทำความสะอาดและเคลียร์พื้นที่ให้เรียบร้อยอยู่เสมอ ** แต่บางกรณีหากเจ้าของบ้านที่ไม่ได้ออกไปทำงาน การอยู่บ้านตลอดเวลาก็ช่วยคุมงานและดูแลงานไปในตัว
8. อย่าทำให้ช่างเสียสมาธิ บางครั้งในเวลาที่ช่างทำงานอยู่ คุณอาจจะไปยืนชวนคุยเรื่องอื่นๆที่ไม่ได้เกี่ยวกับงาน ซึ่งนอกจากจะทำให้ช่างเสียสมาธิแล้ว ยังกระทบกับงานที่ทำ ทำให้ล่าช้าและงานไม่เดิน

9. อย่าลืมความลงตัวหรือความกลมกลืนของเฟอร์นิเจอร์ ทุกครั้งที่จะสั่งวัสดุหรือซื้อเฟอร์นิเจอร์ อย่าลืมนึกถึงลักษณะของบ้านที่เป็นอยู่ ว่าวัสดุที่เราซื้อไปสามารถเข้ากันได้หรือไม่ เช่น บ้านเป็นลักษณะ Modern แต่ซื้อเฟอร์นิเจอร์ที่เป็นสไตล์ Vintage
10. อย่าเริ่มลงมือโดยที่ยังไม่ออกแบบ การรีโนเวทบ้านบางหลังที่เป็นการรีโนเวทครั้งใหญ่ บางทีก็ต้องใช้สถาปนิกมืออาชีพเข้ามาช่วยให้งานเป็นไปอย่างราบรื่นมากขึ้น การได้ออกแบบลงบนกระดาษก่อนช่วยให้เราได้เห็นปัญหาก่อนสร้างจริง ซึ่งจะลดความล่าช้าไปได้มาก

อ่านเนื้อหาต้นฉบับได้ที่ : TerraBKK.com – http://terrabkk.com/?p=54545